|  |  | 

Network อาหารไทย

อาหารไทย 4 ภาค

img-responsive

ของกินไทยโด่งดังขจรขจายไกลไปทั้งโลก ด้วยสีสันสวยสดงดงามตามธรรมชาติ รสที่กลมกล่อมละมุนละไมมีความหวาน เปรี้ยว เค็มถึงที่กะไว้ และก็เผ็ด พอควร ของกินไทยมากไม่น้อยเลยทีเดียวหลายประเภท มีการผสมเครื่องปรุงและก็เครื่องเทศต่างๆของทวีปเอเชียเข้าไว้ร่วมกัน ส่วนสำหรับการเพิ่มรสของของกิน มีการใช้น้ำผลไม้ ตัวอย่างเช่นน้ำมะขาม น้ามะนาว ส่วนน้ำปลา น้ำตาลปีบ กะปิ น้ำมันหอยช่วยปรับให้ของกินมีความกลมกล่อมมากขึ้นส่วนประกอบของน้ำกะทิที่ปรุงร่วมกับเครื่องแกงต่างๆทำให้ของกินไทยมีความเด่นในรส ต่างจากของกินชาติอื่นๆและก็ยิ่งไปกว่านั้นวัฒนธรรมการตกแต่งของกิน ให้ประณีตและวิจิตรบรรจงงาม ด้วยศิลป์การแกะสลักผักรวมทั้งผลไม้แสดงออกถึงความวิจิตรบรรจงสำหรับเพื่อการทานอาหารของชาติไทย

เครื่องเทศ ที่ใช้เพื่อสำหรับในการทำกับข้าวไทยเป็นสมุนไพรล้วนๆดังเช่น ขิงข่า ตะไคร้ มะกรูด กระชาย หอม กระเทียม ฯ ของกินไทยก็เลยเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นของกิน “เพื่อสุขภาพ” อย่างแท้จริง

ของกินภาคเหนือ

ในสมัยก่อนรอบๆภาคเหนือของไทยเคยเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของอาณาจักรล้านนามาก่อน ตอนที่อาณาจักร ที่นี้เรืองอำนาจ ได้แผ่กว้างขอบเขตเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิเช่น ประเทศพม่า ลาว แล้วก็มีผู้คนจากดินแดนต่างๆย้ายถิ่นเข้ามาตั้งภูมิลำเนาในดินแดนที่นี้ ก็เลยได้รับวัฒนธรรมนานาประการจากเชื้อชาติต่างๆเข้ามาในชีวิตประจำวันและก็อาหารด้วย

ของกินของภาคเหนือ มีข้าวเหนียวเป็นของกินหลัก มีน้ำพริกประเภทต่างๆยกตัวอย่างเช่น น้ำพริกชายหนุ่ม น้ำพริกอ่อง มีแกงหลากหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น แกงโฮะ แกงแค นอกเหนือจากนั้นยังมีแหนม ไส้อั่ว แคบหมู รวมทั้งผักต่างๆลักษณะอากาศก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ของกินท้องถิ่นภาคเหนือไม่เหมือนกับภาคอื่นๆ โน่นเป็น การที่อากาศหนาวเย็นเป็นเหตุผลให้อาหารโดยมากมีไขมันมากมาย อาทิเช่น น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล ไส้อั่ว เพื่อช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นทั้งยังการที่อาศัยอยู่ในช่องเขาและก็บนที่สูงอยู่ใกล้กับป่า ก็เลยนิยมนำ พันธุ์ไม้ในป่ามาปรุงเป็นของกิน ยกตัวอย่างเช่น ผักแค บอน หยวกกล้วย ผักหวาน นำมาซึ่งของกินพื้นเมือง ชื่อต่างๆตัวอย่างเช่น แกงแค แกงหยวกกล้วย แกงบอน

ของกินภาคกึ่งกลาง

เพราะว่าภาวะภูมิศาสตร์ของภาคกึ่งกลางเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำลำคลอง หนองสระล้นหลาม ก็เลยเป็นแหล่งของกินอีกทั้งผักรวมทั้งสัตว์น้ำนานาจำพวก พื้นที่ส่วนหนึ่งติดชายฝั่งทะเลทำให้วัตถุดิบ สำหรับการเตรียมอาหารนานัปการสมบูรณ์บริบูรณ์ 

ของกินภาคกึ่งกลางมีความมากมายทั้งยังสำหรับในการปรุง รส รวมทั้งการตกแต่งให้น่าอร่อย สืบไปจากการรับแล้วก็เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมจากด้านนอก เป็นต้นว่า จีน ประเทศอินเดีย ฝรั่ง ทั้งของกินภาคกึ่งกลาง นิดหน่อยได้รับอิทธิพลมาจากของกินของราชสำนักอีกด้วย สำรับของกินภาคกึ่งกลางมักมีน้ำพริกแล้วก็ผักจิ้ม โดยกินข้าวงามเป็นหลัก ลักษณะของกิน ที่กินมักผสมระหว่างภาคต่างๆอย่างเช่น แกงไตปลา ปลาแดก น้ำพริกอ่อง

อาหารท้องถิ่นของคนภาคกึ่งกลางซึ่งเป็นแหล่งรวมสำรับของกินอันนานัปการประกอบขึ้น ด้วยแนวทางปรุงหลายแบบดังเช่นว่า แกง ต้ม ผัด ทอด รวมทั้งมักใช้น้ำกะทิใส่อาหารจำพวกที่เป็นอาหารแกงเผ็ดทุกหมวดหมู่ ดังเช่นว่า แกงเขียวหวาน นอกจากนั้นมีแกงส้ม แกงเลียง แกงป่า แกงจืด

ของกินประจำถิ่นภาคกึ่งกลางที่โด่งดังเป็นที่นิยมไปทั้งโลกเป็น ผัดไทย ต้มยำกุ้ง ที่ประกอบไปด้วยพืชสมุนไพรหลายอย่าง แล้วก็ประกอบขึ้นจากผักที่หาได้ในเขตแดนทั่วๆไป ล้วนแล้วแต่มีคุณประโยชน์เป็นยา มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น

ของกินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาวะภูมิศาสตร์ของภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลต่ออาหารของคนท้องถิ่น อย่างยิ่ง เนื่องด้วยพื้นที่บางพื้นที่แล้ง วัตถุดิบที่เอามาทำอาหารซึ่งหาได้ตามธรรมชาติ จำนวนมาก อาทิเช่น ปลา แมลงบางประเภท ผักต่างๆการนำแนวทางการรักษาอาหารมาใช้เพื่อถนอมอาหารไว้รับประทานนาน ก็เลยเป็นข้อสำคัญสำหรับในการเลี้ยงชีพของคนอีสาน 

Gclub

ชาวอีสานจะมีข้าวเหนียวนึ่งเป็นของกินหลักเหมือนกันกับภาคเหนือ เนื้อสัตว์ที่เอามาทำกับข้าว เช่น สัตว์ที่หามาได้ยกตัวอย่างเช่น กบ เขียด แย้ แมลงต่างๆสิ่งที่ทำให้เกิดรสของกินอีสาน ดังเช่น รสเค็มได้จากปลาแดก รสเผ็ด ได้จากพริกสดแล้วก็พริกแห้ง รสเปรี้ยวได้จากมะกอก ส้มมะขาม และก็มดแดง ในสมัยก่อนคนอีสานนิยมหมัก ปลาแดกไว้รับประทานเองเพราะเหตุว่ามีปลาสมบูรณ์บริบูรณ์ ประกอบกับเป็นแหล่ง เกลือบก ทำให้กระบวนการทำปลาแดกเป็นที่แพร่หลายมากมาย จากปลาแดกประจำถิ่นอีสานได้มีการปรับปรุงทั้งยังกระบวนการทำและก็รส กระทั่งแปลงเป็นตำรับปลาแดกที่ส่งขายต่างแดนในตอนนี้

ของกินประจำถิ่นอีสานที่เป็นที่รู้จัก เป็นต้นว่า ตำส้ม ตำแตงร้าน ตำถั่วค้าง ใส่มะกอกเพิ่มรสเปรี้ยว ใส่ปลาแดกเพิ่มรสเค็ม เพิ่มรสเผ็ดด้วยพริก

ของกินภาคใต้

ของกินประจำถิ่นภาคใต้มีรสชาติสะดุดตาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สืบไปจากดินแดนภาคใต้ เคยเป็นศูนย์กลางการเดินเรือค้าขายของพ่อค้าจากประเทศอินเดีย จีนและก็ชวาในสมัยก่อน ทำให้วัฒนธรรม ของคนต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศอินเดียใต้ ซึ่งฯลฯตำรับสำหรับเพื่อการใช้เครื่องเทศทำกับข้าวได้เข้ามามีผลกระทบอย่างยิ่ง

ของกินประจำถิ่นภาคใต้ทั่วๆไป มีลักษณะประสมประสานระหว่างของกินไทยประจำถิ่นกับของกินประเทศอินเดียใต้ ดังเช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักดองปลาสมุทรสดผสมกับเม็ดเกลือ รวมทั้งมีความเหมือนกับของกินมาเลเซีย ของกินของภาคใต้ก็เลยมีรสเผ็ดมากยิ่งกว่าภาคอื่นๆแล้วก็ด้วยภาวะภูมิศาสตร์อยู่ติดสมุทรทั้งคู่ด้าน มีอาหารทะเลสมบูรณ์บริบูรณ์ แม้กระนั้นสภาพภูมิอากาศร้อนเปียกชื้น ฝนตกทั้งปี อาหารพวกที่ทำมาจากการแกงแล้วก็เครื่องจิ้ม ก็เลยมีรสจัด ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น คุ้มครองป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย ความมากมายหลากหลายในสำรับของกินภาคใต้ได้รับอิทธิพลจากประเทศอินเดียใต้ ส่งผลให้เกิดตำรับของกินใหม่มากมาย ล้วนผ่านกระบวนการปรับปรุงแก้ไขดัดแปลง ปรับแก้เป็นวัฒนธรรมอาหารที่ถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูกหลาน ในขณะนี้ ทำให้มีลักษณะพิเศษต่างจากภาคอื่นอย่างเห็นได้ชัดเป็น รสจัดรวมทั้งย้ำเครื่องเทศ และก็มีผักสารพัดสารพันประเภทที่เรียกว่า “ผักเหนาะ” ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นหาได้ในแคว้น ตัวอย่างเช่น สะโคน ลูกเหนียง ยอดกระถิน มากินร่วมด้วย เพื่อทุเลารส เผ็ดของของกิน ทั้งยังมีคุณประโยชน์เป็นยาอีกด้วย

เนื้อสัตว์ที่เอามาปรุงเป็นของกินส่วนใหญ่นิยมสัตว์สมุทร ยกตัวอย่างเช่น ปลากระบอก ปลาทู ปูทะเล กุ้ง หอย ซึ่งหาได้ในแคว้น ของกินประจำถิ่นของภาคใต้ อาทิเช่น แกงเหลือง แกงไตปลา นิยมใส่ขมิ้นประกอบอาหารเพื่อแก้รสคาวเครื่องจิ้มเป็น น้ำบูดู ของกินประจำถิ่นภาคใต้ที่เป็นที่รู้จัก อย่างเช่น ข้าวยำ ปลาเค็ม กุ้งแห้ง บูดู ฯลฯ

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-4-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84

ABOUT THE AUTHOR